6.10.57

คำในภาษาอังกฤษ

   วันนี้ผมได้มาทบทวนวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าผมจะทบทวนไปทำไมในเมื่อไม่ได้เอาไปสอบที่ไหน จุดประสงค์ของการทบทวนภาษาอังกฤษของผม ก็เพราะเห็นผมในอนาคตอันใกล้นี้หากใครมีความรู้เรื่องภาษาอังกฤษในระดับที่สื่อสารได้ จะเป็นผู้ได้เปรียบในเชิงการประกอบอาชีพแน่นอน
 
   หากท่านได้อ่านบทความก่อนหน้านี้ ท่านจะรู้ว่าผมเองตั้งใจจะศึกษาภาษาอังกฤษมานานแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จสักที วันนี้ผมได้นึกทบทวนคำแนะนำที่ผู้ที่จบด้านภาษาอังกฤษเคยแนะนำผมไว้ โดยท่านผู้นั้นได้แนะนำผมว่าให้ผมศึกษาในหัวข้อ Part of speech เสียก่อน ผมเองนึกสงสัยเหลือเกินว่าทำไมต้องเป็น Part of speech ทำไมไม่เป็นการท่องศัพท์
   วันนี้ผมจึงได้ค้นหาข้อมูลเรื่อง Part of speech ซึ่งก็พอจะสรุปได้ดังหัวข้อดังต่อไปนี้ครับ 


 Part of speech สำคัญอย่างไร 

   การศึกษาภาษาอังกฤษส่วนใหญ่แล้วคงหนีไม่พ้นเพื่อการสอบแข่งขันหรือสอบเข้าเรียนต่อ  ซึ่งในข้อสอบก็จะแบ่ง Part ข้อสอบออกเป็นด้านตต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือการให้รูปประโยคมา แล้วให้ผู้เข้าสอบตอบว่าประโยคนั้นเป็นประโยคที่สมบรูณ์หรือไม่ หากไม่สมบรูณ์เป็นเพราะอะไร ส่วนของประโยคส่วนไหนผิด และนั้นก็คือ Part of speech นั้นเอง

Part of speech หมายความว่าอย่างไร 

   Part of speech แปลตามตำราว่า ชนิดของคำ  หมายความว่าคำพูดหรือคำเขียนในภาษาอังกฤษที่เราพบเห็นจะต้องเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของ Part of speech แน่นอนไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่ข้อเดียว 

Part of speech มีอะไรบ้าง กี่ชนิด  

   Part of speech ทั้งหมดทั้งมวล เท่าที่มีผู้ค้นพบในปัจจุบันมีทั้งสิ้น 8 ชนิดดังต่อไปนี้ครับ
  1. NOUN คือคำนาม ในภาษาไทย
  2. PRONOUN คือ คำสรรพนาม ในภาษาไทย 
  3. VERB คือ คำกริยาในภาษาไทย 
  4. ADVERB คือ คำกริยาวิเศษณ์
  5. ADJECTIVE คือ คำคุณศัพท์ 
  6. CONJUNCTION คือ คำสันธาน 
  7. INTERJECTION คือ คำอุทาน 
จะเห็นได้ว่าการที่เราจะทำข้อสอบภาษาอังกฤษได้นั้นเราจำเป็นต้องเรียนรู้และจำชนิดของคำให้ได้ ในบทความต่อไปผมจะนำบันทึกที่ผมได้สรุปในการศึกษาเรื่อง Part of speech ว่าแต่ละชนิดมีใจความสำคัญอย่างไรบ้าง 
READ MORE - คำในภาษาอังกฤษ

2.5.56

คำแสดงคำถามในภาษาอังกฤษ

ถาม ถาม ถาม เป็นสูตรที่คนอยากประสบความสำเร็จต้องใช้ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนที่ต้องการเก่งภาษาอังกฤษ
สมมุติเราไปต่างประเทศ เราไม่รู้ว่าร้านอาหารที่ไหนดี อร่อย สะอาดเราก็ต้องถามเป็นภาษาอังกฤษ
แล้วคำแสดงคำถามภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง และใช้อย่างไรจึงจะสื่อสารรู้เรื่อง

คำที่ใช้ในการตั้งคำถามมีอยู่หลายคำ เช่น who, whom, whose, which, what, when, where, why, how long, how often, how many, how much, how far, และขอให้จำไว้ว่า Question Word เหล่านี้ เวลา ตอบไม่ต้องใช้ yes หรือ no

ในการตั้งคา ถามด้วยคา เหล่านี้ ส่วนใหญ่จะต้องตามด้วยกริยาช่วย ยกเว้น who ตามด้วยกริยาแท้ และ whose ตามด้วยคำนาม ส่วน which ตามด้วยคำนามที่เป็นกรรมหรือกริยาช่วย รายละเอียดการใช้ Question word question มีดังต่อไปนี้

1. What อ่านว่า วอท แปลว่า อะไร ใช้ถามเกี่ยวกับคน สัตว์ สิ่งของ
2. Where อ่านว่า แวรฺ แปลว่า ที่ไหน ใช้ถามสถานที่

3. When อ่านว่า เวน แปลว่า เมื่อไร ใช้ถามเกี่ยวกับเวลา

4. Who อ่านว่า ฮู แปลว่า ใคร ใช้ถามบุคคล

5. Why อ่านว่า วาย แปลว่า ทา ไม ใช้ถามเมื่อต้องการถามถึงเหตุผล

6. Which อ่านว่า วิซ แปลว่า ตัวไหน อันไหน หรือเป็นการไถ่ถามให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

7. How อ่านว่า ฮาว แปลว่า อย่างไร

ก่อนเดินทางหรือก่อนเข้าห้องสอบ แต่เรายังไม่ทันได้อ่านหนังสือภาษาอังกฤษรวมทั้งยังไม่ท่องศัพท์ ซึ่งจะนั่งอ่านวิชาอื่นหรือจะนั่งเฉยๆก็กระไรอยู่ ผมแนะนำให้ท่านจำความหมายของ Question word question รับรองเจอในข้อสอบแน่ๆ
READ MORE - คำแสดงคำถามในภาษาอังกฤษ

30.4.56

ประโยชน์ของ Parts of Speech

Parts of Speech เป็นหนึ่งในเทคนิคที่สำคัญที่จะช่วยในการทำข้อสอบแบบ Cloze Test
Parts of Speech
มีทั้งหมด 8 ประเภท โดยจะต้องพิจารณาจากประโยคว่า blank ที่ให้เติมนั้น ต้องการคำที่ทำหน้าที่อะไรในประโยค เช่น Nouns, Verbs, Adjectives, Adverbs,
Pronouns, Preposition, and Conjunction, and interjection

การดู Parts of Speech สามารถใช้หลักการ word formation มาช่วยได้
นั่นก็คือเรื่องของPrefixes และ Suffixes
Prefixes:
--anti- = against : antibiotic, antipathy, antisocial, etc.
--inter- = between, among : interact, interchange, international, intersection, etc.
--out- = go beyond : outpost, outplay, outrun, etc.
Suffixes:
- คำที่ลงท้ายด้วย – ate มักเป็นคำกริยา: generate, degenerate, initiate, dehydrate,
educate, elevate, etc.
- คำที่ลงท้ายด้วย – ee มักเป็นคำนามที่มี passive sense: nominee, interviewee,
employee etc. ยกเว้น referee
- คำที่ลงท้ายด้วย – ion, tion มักเป็นคำนาม เช่น education, evaluation, evolution etc.
- คำที่ลงท้ายด้วย –al, nal มักเป็นคำคุณศัพท์ เช่น agricultural, educational, etc.
- คำที่ลงท้ายด้วย – ous มักเป็นคำคุณศัพท์ เช่น obvious, conscious, dangerous, etc.
- คำที่ลงท้ายด้วย – ly มักเป็นคำวิเศษณ์ เช่น seriously, obviously, unfortunately, etc.

ตัวอย่่างข้อสอบ Cloze Test โดยใช้ Parts of Speech เป็นตัวช่วยในการทำข้อสอบ1. Scientists have recently discovered that man has latent senses. Fingertip seeing
would be an example of such sense. So would the sense that blind people use to
“hear” their locations.
2. The modern reader pre-reads every piece of factual prose before he actually reads it.
3. By acting out hypothetical classroom problems presented by their professors,
prospective teachers will be better prepared to deal with actual situations they will
one day meet in their own classes.
4. Jenny is only five, but she already can play the piano, swim the length of an average
swimming pool, and read simple stories to herself. She is precocious in many
ways.
5. Some peoples live almost upon a vegetarian diet while others subsist on animal
foods.
6. Assuming that accidents are bound to occur, people want to know how cars can be
built better to protect the occupants.
7. The large reduction in taxes on investment for expansion purposes has encouraged
now business outlays.
8. One way in which the government can derive more income is to offer all government
enterprises for sale to the general public.

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก รายการ ETV
READ MORE - ประโยชน์ของ Parts of Speech

29.4.56

parts of speech สิ่งจำเป็นต้องรู้

    
     หลายครั้งกับเริ่มต้นการพัฒนาภาษาอังกฤษของผมเอง
ผมมักมีแนวคิดที่ว่าต้องรู้ศัพท์ให้มากที่สุดเท่าจะทำได้
จนวันนี้ผมได้อ่านเมลเก่าๆของผมที่เคยถามรุ่นน้อง
รุ่นน้องผมคนนี้เขาชอบและเก่งภาษาอังกฤษมาก
เขาแนะนำผมว่าก่อนอื่นต้องรู้"parts of speech"
ผมงงมากที่ได้ยินคำว่า parts of speech
ผมไม่เคยรู้ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยครับ

     เมื่อปรึกษาผู้รู้แล้วหากไม่ทำตามก็ไม่รู้จะปรึกษาทำไม
วันนี้ผมจึงเริ่มต้นด้วยการศึกษา parts of speech

    parts of speech จริงๆก็คือความหมายของคำและมีทั้งหมด 8 คำดังนี้ครับ
1.Noun หรือแปลเป็นไทยว่า คำนาม สิ่งที่ต้องรู้เมื่อเอ่ยถึง Noun คือ รู้ว่าเป็นนามนับได้หรือนามนับไม่ได้
2.Pronouns หรือคำสรรพนามนั้นเอง ซึ่งก็คือคำที่ใช้แทนคำนาม ประเด็นที่ต้องระลึกรู้เสมอคือต้องรู้เมื่อสรรพนามทำหน้าที่เป็นประธานจะรูปหนึ่ง หากทำหน้าที่เป็นกรรมก็จะใช้อีกรูปหนึ่่ง
3.Preposition หรือคำบุพบท คำนี้คือคำที่ใช้ในการบ่งบอกตำแหน่ง เช่น on,in เป็นต้น
4.Conjunction หรือคำเชื่อม เช่น and,but,because,if เป็นต้น ใช้ในการเชื่อมประโยคกับประโยค
5.Verbs คือคำกริยาในภาษาไทย สิ่งที่ต้องรู้คือ ต้องรู้ว่าVerbs ต้องการกรรมหรือไม่
6.Adverbs คือคำวิเศษณ์ในภาษาไทย ใช้ขยายคำกริยา,วิเศษณ์,คุณศัพท์
7.Adjective หรือคำคุณศัพท์ ใช้เพื่อขยายคำนาม หลักการใช้คือจะขยายคำไหนก็วางไว้ข้างหน้าคำนั้น
8.Interjection หรือคำอุทาน คำนี้ใช้เวลาอุทาน จะไม่มีความหายของคำนะครับ

     การศึกษาเรื่องparts of speech หรือ หน้าที่ของคำมีความสำคัญมาก ในการเรียนภาษาอังกฤษ เพราะหากเราต้องการพูดหรือเขียนภาษาอังกฤษเราก็ต้องรู้ว่าเราจะวางคำแต่ละคำไว้ตำแหน่งไหน ดังนั้นแล้วทุกครั้งที่เจอคำศัพท์ ก็ต้องรู้ว่าเป็นคำอะไรใน parts of speech เช่น คำว่า I เป็นคำสรรพนามหรือPronouns เป็นต้น
READ MORE - parts of speech สิ่งจำเป็นต้องรู้

21.3.56

ศัพท์คำคล้องจอง 3000 คำ

   เทคนิคการเรียนรู้คำศัพท์ง่ายๆด้วยการท่องศัพท์คำคล้องจองที่จะช่วยให้จดจำได้ง่าย
วันนี้ผมมีตัวอย่างเล็กๆน้อยๆจากหนังสือศัพท์คำคล้องจอง 3000 คำ
เป็นหนังสือของ อาจารย์ ดร. อาภรณ์ พฤษะศรี (ท่านอาจารย์เป็นคนแต่ง)

son (สัน)                                               บุตรชาย
ขาย                                                         sell (เส็ล)
tell (เท็ล)                                               บอก
ออก                                                        out (เอาท)                          
cow (เคา)                                              แม่วัว
หัว                                                          head (เฮ็ด)
get (เก็ท)                                               ได้รับ
จับ                                                           catch (แค็ช)
mat (แมท)                                            เสื่อ
เสือ                                                         tiger (ไท – เกอะ)

ท่านที่ติดตามอย่าคาดหวังว่าผมจะลงครบทั้ง 3000 คำเลยครับ ผมจะลงเฉพาะชุดที่ผมชื่นชอบเท่านั้น
READ MORE - ศัพท์คำคล้องจอง 3000 คำ

21.2.56

ศัพท์คำคล้องจอง

     แม้ว่าอาจารย์หลายๆท่านได้แนะนำว่า การเรียนภาษาอังกฤษอย่าไปท่องศัพท์
แต่ความเห็นผมคิดว่าจะต้องท่องศัพท์หรือศึกษาคำศัพท์ด้วย
หากบางท่านไม่ชอบการท่องศัพท์ ผมแนะนำการอ่านคำศัพท์คำคล้องจอง
การอ่าคำศัพท์คำคล้องจอง จะได้รับทั้งความสนุกและคำศัพท์ก็ซึมซับเข้าสมองด้วย

     ตัวอย่างศัพท์คำคล้องจองภาษาอังกฤษ

ครึ่ง half (ฮาฟ)        calf (คาฟ) น่อง
ห้อง room (รูม)        groom (กรูม) เจ้าบ่าว
อ่าว bay (เบ)           day (เด) วัน
ฟัน tooth (ทูธ)        booth (บูธ) แผงลอย
คอย wait (เวท)       bait (เบท) เหยื่อล่อ
หม้อ pot (พอท)       spot (สปอท)จุด
ขุด dig (ดิก)            big (บิก) ใหญ่
แม่ไก่  hen (เฮน)     pen (เพน) ปากกา
ครีบปลา fin (ฟิน)     in (อิน) ใน
ใคร who (ฮู)
 
หากท่่านลองอ่านแล้วเกิดความชื่นชอบ ผมแนะนำหนังสือคำศัพท์คำคล้องจอง 3000 คำของอาจารย์ ดร. อาภรณ์ พฤษะศรี ให้ท่อาซื้อเก็บไว้ติดตัว เวลาเดินทางรถไฟก็หยิบมาอ่าน เข้าห้องส้วมก็เอามาท่่อง ทำขนาดนี้แล้วคำศัพท์ของท่านพัฒนาแบบก้าวกระโดดแน่นนอนครับ
READ MORE - ศัพท์คำคล้องจอง

18.2.56

โปรแกรมท่องศัพท์

    สมัยที่ผมยังเด็ก ผมเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอน ป.5
หนังสือเล่มแรกที่ผมมีสำหรับเรียนภาษาอังกฤษ "ศัพท์ภาษาอังกฤษ ป.5"
เป็นศัพท์เล่มเล็กๆๆพกพาสะดวก แต่ขาดง่ายไปหน่อย

   คำศัพท์แรกที่ผมได้ท่องคือ BAT /RAT/ CAT 
สมัยก่อน ต่างจากสมัยนี้ คือ เมื่อก่อนไม่มีคอมพิวเตอร์ ผมหมายถึงผมไม่รู้จักคอมพิวเตอร์
โปรแกรมช่วยสอน ช่วยจำ ช่วยท่อง ไม่เคยมีปรากฎในสมองผมเลย

  เวลาได้เดินทางมายังยุคปัจจุบัน ค.ศ. 2013 
การใช้โปรแกรม ใช้คอมพิวเตอร์ ในการเรียนภาษาอังกฤษดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ
เรื่องนี้ทุกท่านที่ได้มีโอกาศมาเยี่ยมชมบล็อกผมคงทราบดี
แต่ปัญหาอยู่ที่โปรแกรมบางตัวต้องเสียเงินซื้อ ในราคาที่แอบแพงครับ

   ข่าวดีที่เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2013 ที่ผ่าน เป็นวันแห่งความรัก
อาจารย์ผู้ใจดีท่านหนึ่งได้แวะมาเยี่ยมชมบล็อกของผม
และอาจารย์ท่านนี้ได้เขียนบล็อก ซึ่งเป็นบล็อกที่ผมชื่นชอบมาก
สาเหตุที่ผมชื่นชอบไม่เพียงแต่เนื้อหาดี มีประโยชน์
แต่ด้วยถ้อยคำที่อาจารย์ใช้ มันส่งกลิ่นอายของคนรุ่นผม ผมจึงรู้สึกผูกพันธ์
หนังสือที่อาจารย์ได้นำผมทำเป็นโปรแกรมช่วยจำคำศัพท์ ผมก็เคยท่อง เคยสัมผัสมาทั้งนั้น
ผมอดคิดไม่ได้ว่า หากสมัยที่ผม สอบ Entrance แล้วมีโปรแกรมเช่นที่อาจารย์ได้ผลิตมา
ผมคงทำคะแนนสอบในวิชาภาษาอังกฤษได้ไม่น้อยกว่า 80 คะแนน เป็นแน่แท้

  ผมขอแนะนำให้นักเรียนที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ให้เข้าไปอ่านบล็อกอาจารย์



READ MORE - โปรแกรมท่องศัพท์

บทความที่ได้รับความนิยม

ป้ายกำกับ

การทําข้อสอบreading (1) เก่งภาษาอังกฤษในเวลาสั้นๆ (1) เกมภาษาอังกฤษสำหรับอนุบาล (1) ข้อสอบพวก TOEFL (2) ข้อสอบภาษาอังกฤษ (1) ครูพี่แนน (2) คล้องจอง (1) เคล็ดลับการทำข้อสอบreading (2) จำคำศัพท์ (17) เดาศัพท์ภาษาอังกฤษ (9) ติวภาษาอังกฤษตัวต่อตัว (14) ติวศัพท์ (20) ท่องศัพท์ (14) เทคนิคการสอนคำศัพท์ (6) เทคนิคใช้that (1) แนะนำหนังสือภาษาอังกฤษ (6) บทสนทนา (2) บทสนาทนาภาษาอังกฤษ (4) ฟังภาษาอังกฤษ (3) ภาษาอังกฤษ (21) ภาษาอังกฤษกับกฎหมาย (1) ภาษาอังกฤษทางบัญชี (1) รวบรวม25กฎของอาจารย์บุญชัย (1) เร่งสปีด (1) เรียนภาษาอังกฤษ (28) เรียนภาษาอังกฤษราคาถูก (8) สอนศัพท์ (11) หลักการใช้ that (1) อาจารย์สมศรี (1) อ่านภาษาอังกฤษ (1) AX 22 (1) cd เรียนภาษาอังกฤษ (1) CDเรียนภาษาอังกฤษ (1) closing sections (1) Cloze Test (1) conversation (1) dictionary (1) fast-english (1) General knowledge (1) GMAT (1) inferior (1) Language in Daily Life (1) main idea (2) parts of speech (1) prefix and suffix (1) reading comprehension (2) reading skill (2) TOEFL (1) TOPIC NOUN (1) vocabulary (2) vocabulary game (2) word formation (2)
 
Copyright © 2011 เรียนภาษาอังกฤษ | High CTR Blogspot Themes designed by Ali Munandar | Powered by Blogger.Com.
My Zimbio
Top Stories